อุตสาหกรรมธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปไทยขยายบทบาทสู่อินโดนีเซีย

Posted by admin - December 3rd, 2014

แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้น การบุกเบิกช่องทางการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ เป็นหนึ่งในกลวิธีรักษาความอยู่รอดทางธุรกิจ  ทั้งนี้ “อินโดนีเซีย” เป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป สำหรับผู้ประกอบการไทย การทำธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปในตลาดอินโดนีเซียมีความน่าสนใจในหลายมิติ ในแง่การค้าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่เติบโตอย่างโดดเด่น ผลักดันให้รายได้ของประชากรเพิ่มสูงขึ้น จนนำไปสู่อำนาจในการตัดสินใจและกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าเครื่องแต่งกาย จะเห็นได้ว่าในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ยอดนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่การนำเข้าจากไทยก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน ในแง่การลงทุน มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในสาขาสิ่งทอและเสื้อผ้าของอินโดนีเซียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการก้าวเข้าสู่การเปิดเสรี AEC ในปี 2558 คงปฎิเสธไม่ได้ว่า จะยิ่งเพิ่มแรงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่อินโดนีเซียมากขึ้น จากจุดเด่นของจำนวนแรงงานและค่าแรงที่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำ พอจะแข่งขันได้กับผู้ผลิตในตลาดอาเซียน

โอกาสของธุรกิจค้าปลีกเสื้อผ้าสำเร็จรูป มีปัจจัยหนุน ได้แก่ การพัฒนาเข้าสู่ความเป็นเมือง (Urbanization) และความต้องการซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของชาวอินโดนีเซียที่เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ รสนิยมที่ใกล้เคียงและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสขยาย Outlet และ Brand ของไทยไปสู่หัวเมืองสำคัญที่มีอัตราการบริโภคและรายได้ต่อหัวประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นได้

จากปัจจัยข้างต้นน่าจะมีส่วนผลักดันให้มูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยไปยังอินโดนีเซีย ในปี 2555 มีมูลค่าทั้งสิ้น 8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึงร้อยละ 43.0 (YOY) และในช่วงที่จะก้าวไปสู่การเปิดเสรี AEC ปี 2556-2558 การส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยไปยังอินโดนีเซียก็น่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของเศรษฐกิจอินโดนีเซียและอีกส่วนหนึ่งก็มาจากผู้ประกอบการเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยที่เข้าไปบุกเบิกทำการค้า การลงทุนในอินโดนีเซียเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ส่งออกและผู้ประกอบการค้าปลีก/ห้างสรรพสินค้า

แม้ว่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยจะมีศักยภาพในตลาดอินโดนีเซีย ที่มีมูลค่าค้าปลีกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสูงถึง 11, 000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากจุดเด่นในเรื่องของคุณภาพสินค้า และแบรนด์ของไทยก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีที่จะทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ สามารถเข้ามาทำตลาดได้ง่ายขึ้น แต่ภายใต้โอกาสก็ยังมีความท้าทายแฝงอยู่ ซึ่งประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันในธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากกลุ่มธุรกิจต่างชาติที่พยายามจะรุกคืบเข้ามาทำตลาดและใช้อินโดนีเซียเป็นฐานการผลิต ซึ่งจุดนี้อาจจะกลายอุปสรรคต่อการทำตลาดในประเทศ และการส่งออกไปยังอินโดนีเซียในระยะข้างหน้าได้ ส่วนประเด็นที่นักลงทุนจะต้องตระหนักในการลงทุนย้ายฐานการผลิตมายังอินโดนีเซีย คือ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ ภายในประเทศที่มีขึ้นอยู่บ่อยๆ และกฎหมายแรงงานที่ค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งหากไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลให้ทำการค้าการลงทุนได้ไม่อย่างราบรื่นนัก และแม้ว่าประสิทธิภาพแรงงานอินโดนีเซียจะสามารถตัดเย็บได้ค่อนข้างดี แต่งานที่ต้องการความละเอียดสูง ยังถือเป็นจุดด้อยของแรงงานอินโดนีเซีย นอกจากนี้ การที่ผู้ผลิตจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น อาจทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการแย่งแรงงานและขาดแคลนแรงงานได้ในระยะข้างหน้าได้

ดังนั้น ในช่วงรอยต่อของการก้าวสู่ AEC ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า น่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะรุกเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียให้มากขึ้น เพราะเมื่อถึงช่วงเวลาดังกล่าวแล้วนั้น พื้นที่การแข่งขันก็อาจเต็มไปด้วยความหนาแน่น ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญความท้าทายในการเข้าชิงพื้นที่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าโดยเปรียบเทียบ

Tags:

ไอเดียง่ายๆสำหรับออกแบบตกแต่งร้านให้ดึงดูดลูกค้า

Posted by admin - November 15th, 2014

สำหรับใครที่มีกิจการมีธุรกิจร้านค้าต่างๆ หรือใครที่กำลังจะเปิดร้านเป็นของตัวเอง จะมีวิธีตกแต่งร้านอย่างไรให้ดึงดูดความสนใจของลูกค้า ? หากลูกค้าเข้ามาชมสินค้าภายในร้านของคุณมากเท่าไร โอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าของคุณก็มากขึ้นคะ มาดู 5 ไอเดียง่ายๆ ในการตกแต่งร้านเพื่อกระตุ้นยอดขาย สร้างความประทับใจให้กับลูกค้ากันค่ะ

1. ประเภทของร้านค้า : ประการแรกเลยต้องดูก่อนว่าร้านค้าของคุณจัดอยู่ประเภทไหน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านหนังสือ หรือ ร้านขายของทั่วไป ฯลฯ แล้วสำรวจทำเลที่ตั้ง สำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่บริเวณนั้นๆ ว่าแนวโน้มธุรกิจประเภทไหนเหมาะกับร้านค้าในย่านบริเวณนั้น

2. คอนเซปต์ของร้าน : หลังจากเลือกธุรกิจร้านค้าแล้ว ต้องหาคอนเซปต์ของร้าน มาสร้างความแตกต่างจากร้านอื่นๆ สร้างความโดดเด่นในแบบไม่ซ้ำใคร เพื่อเป็นที่ประทับใจของลูกค้าและการบอกต่อ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

3. การเลือกใช้แสง สี เสียง และ กลิ่น : การจัดร้านโดยเลือกใช้ แสง สี เสียง และกลิ่น ให้เข้ากับธุรกิจร้านค้า จะช่วยสร้างความสวยงาม เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าของคุณมากขึ้น เช่น ใช้กลิ่นอาหาร กลิ่นขนมปัง กลิ่นเครื่องดื่ม หรือกลิ่นผลไม้ มากระตุ้นความอยากอาหาร ให้ลูกค้าซื้ออาหาร ใช้แสงสีนวลสำหรับร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องประดับ มาช่วยให้สินค้าดูสวยมากขึ้น แสงสีเหลืองจะช่วยให้สีผิวของลูกค้าดูดีขึ้นเช่นกัน เลือกใช้สีให้เหมาะสมกับร้าน สีชมพู สีหวานๆจะเหมาะกับร้านเครื่องสำอาง ร้านสไตล์สาวๆ ร้านน่ารักๆ สีโทนเย็นอบอุ่น จะเหมาะกับร้านขายสินค้าที่ต้องการให้ลูกค้าได้เลือกชมสินค้านานๆ และสำหรับเสียงก็มีความสำคัญเช่นกัน การเปิดเพลงเบาๆ เพลงเย็นๆ ในร้านขายสินค้าก็ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสบายๆอยู่ในร้านเลือกสินค้าได้นานขึ้น สำหรับร้านอาหารให้เปิดเพลงจังหวะที่เร็วขึ้น เพื่อกระตุ้นการรับประทานอาหารของลูกค้า

4. การจัดวางสินค้า : เริ่มจากหน้าร้านและทางเข้าร้านต้องจัดสินค้าให้ดึงดูดลูกค้าเข้ามาในร้าน เมื่อลูกค้าเข้าร้านแล้ว สำคัญที่สุดคือการจัดวางในระดับสายตาของลูกค้า ไม่ให้ลูกค้ามองผ่านเลยไป เมื่อสินค้าหมดต้องจัดสินค้าตัวเดิมมาเติมให้เต็ม ไม่ควรปล่อยว่างจะดูไม่สวยงาม การตั้งอุปกรณ์ภายในร้านควรให้มีพื้นที่ทางเดินพอสมควร เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ง่าย สร้างความแตกต่างในการจัดเรียงสินค้า โดยการแยกหมวดหมู่สินค้า มีชั้นวางสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้าได้ทดลองเปรียบเทียบชนิด รุ่น ลวดลาย และขนาดไปบริเวณเดียวกัน

5. เฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่ง : เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งร้านให้เข้ากับคอนเซปต์ร้าน เช่น ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ทันสมัยเก๋ไก๋และประดับด้วยเครื่องประดับหรูหรา หรือคอนเซปต์เรียบง่ายแบบธรรมชาติ ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ ตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ สร้างบรรยากาศภายในร้าน หรือคอนเซปต์คลาสสิกวินเทจ ก็เลือกเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจมาตกแต่ง เป็นต้น

Tags:

การเลือกที่ดินทำเลในการจัดตั้งโรงงานหรือจำหน่ายสินค้า

Posted by admin - August 27th, 2014

การเลือกทำเลในการทำธุรกิจ มีความสำคัญอย่างมาก หากเลือกไม่ดีแล้วจะมีผลกระทบต่างๆ ตามมา แต่ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของธุรกิจบางธุรกิจอาจมีข้อจำกัดแตกต่างกัน แรงงานที่จะเข้ามาทำงาน เช่นหากแรงงานมีทักษะอาจจะสามารถเดินทางไกลได้มากกว่าแรงงาน ที่ทักษะน้อยและแรงงานทักษะมักจะอยู่ที่เมืองใหญ่ๆ ส่วนแรงงานทักษะน้อยก็จะอยู่ในที่ที่มีค่าเช่าที่อยู่ที่ไม่แพง ใกล้แหล่งวัตถุดิบและใกล้แหล่งกระจายสินค้า เพราะหากห่างจากแหล่งวัตถุดิบหรือห่างจากตลาดกระจายสินค้า ก็อาจมีค่าขนส่งเพิ่มมากขึ้น สาธารณูประโภครองรับเพียงพอหรือไม่ เช่นไฟฟ้า น้ำประปา สถานที่รองรับการบำบัดของเสียต่างๆ มีความสะดวกในการคมนาคมเพียงพอหรือไม่ ขนาดของพื้นที่หากมีการขยายขนาดโรงงานในอนาคต ราคาของพื้นที่

การเลือกทำเลสำหรับการตั้งออฟฟิศ การตั้งออฟฟิศนั้นทำได้หลากหลายทั้งแบบเช่า, เช่าซื้อ หรือซื้อ โดยมีทั้งแบบตึกแถว บ้าน ทาวเฮาส์ก็ได้ โดยปัจจัยในการเลือกนั้นก็คล้ายกับการเลือกที่ตั้งโรงงาน แต่มีเพิ่มในเรื่องของ สถานที่ตั้งของออฟฟิศ เพราะหากสถานที่ตั้งอยู่ในที่มีภาพลักษณ์ดีย่อมส่งผลถึงภาพลักษณ์ของกิจการด้วย และส่งผลถึงความภาคภูมิใจของพนักงานที่ทำงานในออฟิศนั้นๆด้วย ปัจจัยต่อมามาคือ อัตราค่าเช่า ที่สามารถจ่ายได้ในราคาเหมาะสมและปัจจัยสำคัญสิ่งสุดท้ายคือการคมนาคม เช่นเดียวกับธุรกิจโรงงาน การเลือกทำเลสำหรับค้าขายของปลีกนั้นสำคัญมากกว่าธุรกิจชนิดอื่นๆ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เบื้องต้นการเลือกทำเลนั้น ควรอยู่ใกล้กับแหล่งของผู้ซื้อเช่น หากเปิดร้านขายกิ๊ฟช็อป ก็ควรอยู่ใกล้กับสถานที่ๆมีผูหญิงอยู่เยอะ หากเปิดร้านเสื้อผ้า ก็ต้องอยู่ใกล้กับสถานที่ๆมีคนพลุกพล่าน ก็จะช่วยให้การค้าขายคล่องตัวขึ้น

หากมีธุรกิจข้างเคียงที่ส่งเสริมกันก็จะช่วยให้ธุรกิจ มียอดขายมากขึ้นด้วยเช่น หากเปิดร้านการแฟ แล้วอยู่ใกล้ๆกับร้านเบเกอรี่ ร้านเน็ทคาเฟ่ ร้านหนังสือ ก็จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ด้วย อำนาจการซื้อของผู้คนบริเวณนั้น บางครั้งแม้อยู่ย่านชุมชนแต่ผู้คนที่นั่นอาจมีกำลังซื้อต่ำก็เป็นได้ เช่นอยู่ในแหล่งชุมชนแออัด ก็ไม่สามารถที่จะขายของราคาแพงได้ดี แต่อาจจะขายของกินหรือปัจจัยสี่ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เป็นต้น อย่าตั้งร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงกันกับผู้ที่ประกอบธุรกิจแบบเดียวกัน เพราะจะเป็นการแข่งกันเอง และอาจจะพากันต้องปิดกิจการก็เป็นได้ นอกจากว่าตลาดตรงนั้นยังมีความต้องการสูงและยังมีผู้ขายน้อยรายก็อาจพิจารณาตั้งธุรกิจตรงนั้นก็ได้

Tags: ,

เจาะธุรกิจการขายเสื้อผ้าในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่คล่องตัวในปัจจุบัน

Posted by admin - July 28th, 2014

2

ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีแบบดี อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นแถมงานก็หายากอีก จะหาอาชีพเสริมที่ทำเงินเพื่อเพิ่มรายได้ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี นายอาชีพก็เลยอยากจะชวนเพื่อนๆ ทำอาชีพเสริม คือ รับเสื้อผ้ามาขาย แต่เพื่อนคงจะติดปัญหาหลายๆอย่าง  เช่น จะรับเสื้อผ้าจากที่ไหนมาขาย อีกไหนคู่แข่งก็มีเยอะ เศรษฐกิจไม่ดีใครจะมาซื้อ นายอาชีพขอเสนอตัวไขข้อข้องใจโดยการเจาะธุรกิจขายเสื้อผ้าให้เพื่อนๆได้นำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอาชีพนี้ดีหรือไม่

เจาะธุรกิจการขายเสื้อผ้า การหาแหล่งรับซื้อเสื้อผ้ามาขาย รับเสื้อผ้ามาขาย จาก ตลาดโรงเกลือ  อ. อรัญประเทศ  สินค้าในตลาดโรงเกลือนั้นมีมากมายมีทั้งสินค้าใหม่และเก่า เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพชร พลอย เครื่องเงิน และอีกมากมายหลายอย่าง ในที่นี้นายอาชีพจะพูดถึงเสื้อผ้ามือสอง ถ้าเพื่อนๆรับเสื้อผ้ามือสองมาขายเพื่อนๆจะได้กำไรงามมากเพราะต้นทุนต่ำ โดยมากเสื้อผ้ามือสองของตลาดโรงเกลือมักจะเป็นของแบรนด์เนมแต่ตอนเลือกเราต้องคัดเลือกหน่อยเพื่อให้ได้สินค้าในสภาพที่ดี เห็นไหมแค่นี้เราก็มีสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกได้ ถ้าเอาไปขายก็ยิ่งได้กำไรอีกหลายเท่าเลยทีเดียวนับเป็นอาชีพเสริมที่ทำเงินได้ดีทีเดียวสำหรับธุรกิจเสื้อผ้ามือสอง

ไปรับเสื้อผ้ามาขายจากแพลทตินั่มมีข้อดีคือ ที่นั่นมีเสื้อผ้าหลากหลายแนว วัยรุ่นวัยทีน วัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน เสื้อผ้าแฟชั่นที่ตามยุคสมัย ราคาก็มีตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป ถ้าซื้อ มากก็จะได้ราคาก็จะถูกลงมาอีก ส่วนอุปกรณ์ต่างๆก็มีขาย มีทั้งไม้แขวน ราว ถุง หุ่น ไปแล้วได้ครบทุกอย่างอย่างแน่นอน ส่วนถ้าเราไปเดินที่ประตูน้ำคุณภาพเสื้อผ้าก็จะลดลงมาจาก ห้างแพลทตินั่มนิดนึง ที่สำคัญราคาถูกกว่า ไปตอนเช้าซัก 7 โมง คนจะน้อย ไม่แออัดด้วย ได้ของดี แบบเสื้อผ้าก็เยอะ หลักการขายของพ่อค้าแม่ค้าที่นั่นเค้าจะขายส่งต่อแบบ 3 ตัว หรือ 6 ตัวขึ้นไป สำหรับขายส่ง เรามีหน้าที่ไปเดินเลือกแบบสวยๆ เท่านั้นเอง ส่วนฝั่งแพลทตินั่มก็ส่งขั้นต่ำ 2 ตัวก็ยังมีเลย ข้อดีคือคละแบบได้ด้วย แบบสวยๆเยอะ แต่ก็ราคาแพง สำคัญที่สุดตอนจ่ายเงินอย่าลืมต่อราคาเสื้อผ้าด้วยล่ะ

Tags:

การปรับตัวและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่น

Posted by admin - June 22nd, 2014

ในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าต้องการซื้อสินค้าทั้งเสื้อผ้า กางเกง รองเท้าและอื่นๆอีกมากมายเป็นของขวัญ แก่ตัวเองและคนที่ตัวเองรักไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องหรือคนรักไม่จำกัดเพศและวัย มอบให้ในโอกาสต่างๆและเสื้อคู่รักจึงเป็นสินค้าที่นิยมในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบางครั้งอาจเผชิญกับสภาวะการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน เนื่องจากชีวิตประจำวันของเรามีธุรกิจจำหน่ายเสื้อผ้ามีจำหน่ายมาก กลุ่มผู้จัดตั้งจึงเล็งเห็นช่องทางธุรกิจที่ไม่ซ้ำใครจึงตัดสินใจทำธุรกิจขายเสื้อคู่รักเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและชื่นชอบเสื่อคู่รักที่มีความสวยงามและไม่เหมือนใครที่จะได้เข้าถึงกลุ่มของลูกค้าและจะได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและอนาคต

ธุรกิจอุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นในปัจจุบันพบว่ามีการแข่งขันสูงมากทำให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เป็นไปได้ค่อนข้างยากเพราะมีคู่แข่งทางธุรกิจทุกระดับมากพอสมควร ทั้งนี้คู่แข่งขันมีการผลิคและการเติบโตในตลาดสูง แนวโน้มการเติบโตของทางธุรกิจขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ ส่วนอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่มีนโยบายเพื่อส่งเสริมการส่งออกเริ่มมีบทบาทในประเทศไทย เมื่อประมาณ 25 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับผลกระทบจากการจำกัดโควตานำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปรุนแรงขึ้น ประกอบกับการคมนาคม ขนส่ง สื่อสาร และการตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งหลายๆ ประเทศ อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปในประเทศไทยจึงเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าปัจจัยความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้มีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเสื้อผ้า การออกแบบสีผ้า การออกแบบเนื้อผ้า การตลาด ค่าขนส่ง ภาษี โควตา ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น ในขณะเดียวกันเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านโควตา และการเปิดประเทศของประเทศจีน อินเดีย บังคลาเทศ และปากีสถาน ทำให้ผู้ซื้อสินค้าสิ่งทอหันไปซื้อสินค้าจากประเทศเหล่านั้น โดยเฉพาะสินค้าในหมวดเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ดังนั้น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าแฟชั่นเพื่อการส่งออกของประเทศไทยจึงเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องได้รับผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประเทศจีนนอกจากเป็นประเทศที่มีประชากรมาก มีพื้นฐานในด้านอุตสาหกรรมสิ่งทออยู่แล้ว และค่าแรงงานต่ำแล้ว ยังได้รับเงินทุน เทคโนโลยี และการตลาด จากฮ่องกงและไต้หวันที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน จึงทำให้ประเทศจีนพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไปได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การเปิดประเทศของปากีสถาน อินเดีย กับบังคลาเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออกสิ่งทอสูง เพราะเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบประเภทฝ้ายมาก และค่าแรงงานต่ำ และบางประเทศดังกล่าวก็เริ่มส่งออกมากกว่าประเทศไทยในบางหมวดสินค้าแล้ว ทำให้อุตสาหกรรมนี้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

Tags: , ,

เริ่มเข้าสู่สภาวะการมีธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นในประเทศมากเกินความต้องการของตลาด

Posted by admin - June 2nd, 2014

ปัจจุบันอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป

เป็นอุตสาหกรรมขั้นปลายที่เน้นการใช้แรงงาน ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงและใช้เทคโนโลยีการผลิตไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ค่อนข้างสูง แต่การผลิตขึ้นอยู่กับการออกแบบ คุณภาพวัตถุดิบและคุณภาพแรงงาน ที่ผ่านมาประเทศไทยได้อาศัยความได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานโดยผลิตตามคำสั่งซื้อจากต่างประเทศและส่งออกในชื่อของสินค้าต่างประเทศ แต่ผลของค่าแรงที่สูงขึ้นทำให้ผู้ว่าจ้างในต่างประเทศย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เช่น จีนและเวียดนาม  ดังนั้นไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งให้มีการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างสินค้าที่เป็นตราสินค้าของไทยเอง และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีความรวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น

ผู้ประกอบการธุรกิจเสื้อผ้าในประเทศบางส่วนให้ความเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการคือ การที่มีสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดและตลาดชายแดน ประการต่อมาในช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาลงทุนเปิดดำเนินการจำนวนมาก ทำให้ตลาดในประเทศเริ่มเข้าสู่สภาวะการมีธุรกิจการค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในประเทศมากเกินความต้องการของตลาด และความตื่นตัวของผู้ประกอบการในการรองรับแนวทางการเปิดเสรีทางการค้าสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ทำให้ตลาดสินค้าเสื้อผ้าในประเทศมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นมาก ตลาดโดยรวมจึงเริ่มมีการขยายตัวลดลง

สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญของไทยและถือว่าเป็นข้อได้เปรียบ

คือไทยเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมที่ครบวงจร ตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมากกว่าประเทศอื่นๆ พบว่ามูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกรวมเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากสาเหตุสำคัญ คือ เกิดจากการรวมกลุ่มภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียนและการรวมกลุ่มการค้าอื่นๆที่มีความต้องการนำเข้าเส้นใย เส้นด้าย และผ้าผืน อันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องนุ่งห่มในกลุ่มอาเซียน คือ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า ทำให้การส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยในอาเซียนขยายตัวเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยได้มีการย้ายฐานการผลิตไปอยู่ในประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เช่น ลาว เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการลดต้นทุนการผลิต

แม้ว่าการลงทุนของนักลงทุนไทยจะมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศก็ตาม แต่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในรูปของการร่วมลงทุนก็นับได้ว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเช่นกันโดยเฉพาะการร่วมลงทุนกับนักลงทุนญี่ปุ่นในระยะเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะนอกจากไทยจะได้ประโยชน์ในด้านเงินลงทุนจากต่างประเทศแล้ว ยังก่อให้เกิดการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการ แม้ว่าที่ผ่านมาการลงทุนในส่วนนี้โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่มีการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การผลิตเส้นใยประดิษฐ์ การปั่นด้าย ไปจนถึงการทอผ้าและถักผ้า

Tags: , ,

กลยุทธ์กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป

Posted by admin - April 23rd, 2014

Picture-11การแข่งขันในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มยังแข่งขันกันรุนแรงอย่างต่อ เนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทและกลยุทธ์ให้ทันกับทุกสถานการณ์ เนื่องจากประเทศคู่แข่งขันที่สำคัญซึ่งมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการผลิต ได้แก่ แคนาดา ฮ่องกง อิตาลี และไต้หวัน ส่วนคู่แข่งขันที่ได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า ได้แก่ จีน เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา รวมถึงตลาดต่างประเทศอย่างสหรัฐฯ ได้นำด้านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องต่อการนำเข้าเครื่องนุ่งห่ม เพื่อเป็นข้อกำหนดทางการค้าในอนาคต ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคในสหรัฐฯได้ให้ความสนใจในการบริโภคที่มีผลต่อสิ่งแวด ล้อมมากยิ่งขึ้น

กระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป ประกอบด้วยการผลิตที่สำคัญ 3 ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นตอนเตรียมการตัดเย็บ ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย 3 ขั้นตอน ได้แก่ การออกแบบ (designing) การทำแพทเทิร์น (patterning) และการตัด (cutting) ซึ่งขั้นตอนย่อย ทั้ง 3 นี้ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ และแรงงานมีฝีมือ ดังนั้นปัจจุบันในโรงงานขนาดใหญ่บางแห่งจึงมีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผลิตเพื่อประหยัดค่าแรงงาน และลดความสูญเสียจากการร่างแบบและการตัด ที่เรียกว่า CAD และ CAM ทำให้การผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปง่ายและรวดเร็วขึ้น

2. ขั้นตอนการเย็บประกอบชิ้นส่วน หลังจากผ้าผืนผ่านการตัด (cutting) เรียบร้อยแล้วจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเย็บเพื่อประกอบเป็นเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์สิ่งทอสำเร็จรูปต่าง ๆ ขั้นตอนการเย็บดังกล่าวอาจแบ่งออก ได้เป็น 2 ขั้นตอนย่อย คือ การเย็บ (sewing) และการสอยเก็บรายละเอียด (trimming) ในขั้นตอนนี้แม้ว่าจะสามารถใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ หรือเครื่องเย็บคอมพิวเตอร์ช่วยให้การประกอบชิ้นส่วนเป็นเสื้อผ้าได้เร็วขึ้นแต่เครื่องจักรเหล่านี้ก็ช่วยประหยัดค่าแรงได้ไม่มากนักเมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่สูงขึ้นจากการต้องซื้อเครื่องจักรใหม่

3. ขั้นตอนการเตรียมสินค้าสู่ตลาด เมื่อสิ่งทอผ่านการตัดเย็บเป็นสินค้าสำเร็จรูปแล้ว ต่อไปก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 เพื่อเตรียมออกสู่ตลาดต่อไป โดยในขั้นตอนนี้ประกอบด้วยการรีด (ironing) การพับ (folding) และการบรรจุหีบห่อ (packaging)

อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรยังคง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และผู้คนหันมาให้ความสนใจในเรื่องการแต่งกายมากขึ้น อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป จึงสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะมีลูกค้าแทบทุกกลุ่มรองรับอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว และเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยังมีกลุ่มคนส่วนหนึ่งที่จะซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว จึงคาดว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก

Tags: ,

ทำเลหรือพื้นที่ในการจัดหน่ายสินค้าหรือสำหรับบริษัทผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า

Posted by admin - March 31st, 2014

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนอกจากระบบการจัดการที่ดี คุณภาพของสินค้าดี บริการดีแล้ว สิ่งที่ช่วยสนับสนุนยอดขายและสร้างกำไรให้กับผู้ลงทุนอย่างยิ่งก็คือ ทำเล ซึ่งนักธุรกิจ พ่อค้า-แม่ขาย ทั้งหลายต่างรู้ดีว่าทำเล มีผลต่อยอดขายสินค้ามากน้อยเพียงใด อย่างที่มีคนพูดกันไว้ว่า การทำธุรกิจหรือทำการค้าขายนั้น “ทำเลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”

“การทำธุรกิจขายเสื้อผ้า”ก็เหมือนกันเป็นอาชีพยอดนิยมอีกอาชีพหนึ่ง เราคิดว่าการทำธุรกิจขายเสื้อผ้านั้น ทำไม่ยาก แต่คุณต้องรู้จักการเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับสถานที่ที่คุณขายอยู่ เพื่อนๆ หลายคนอาจจะกำลังคิดที่จะทำธุรกิจขายเสื้อผ้าอยู่ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ในการเลือกสถานที่ขาย

ทำเลการค้าขายก็สำคัญ คุณควรเลือกสถานที่ที่เป็นชุมชนหรือมีคนอาศัยอยู่เยอะ เพราะต่อให้คุณเลือกเสื้อผ้ามาดีขนาดใหนแต่ไม่ค่อยมีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน โอกาสขายได้ก็คงยากหน่อย แต่ถ้าคุณอยู่ในที่ชุมชนมีคนเยอะการที่มีคนเดินผ่านดูร้านเราทุกวัน แน่นอนสักวันหนึ่งเขาต้องมาเป็นลูกค้าเราบ้าง

ความน่าสนใจและโอกาสสำหรับ พ่อค้า แม่ค้า แน่นอนว่าด้วยพิกัดที่ได้เปรียบของตลาด มีทั้งสำนักงาน ออฟฟิศ มหาวิทยาลัย หมู่บ้าน อยู่ล้อมรอบเต็มไปหมด จึงเป็นโอกาสที่ดี ในเรื่องของการค้าขายที่จะสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ ซึ่งมีกำลังซื้อพอสมควรอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม ทำเลเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากในการทำธุรกิจ และในปัจจุบันก็มีหลายสถานที่ที่คอยให้บริการให้เช่า หรือซื้อพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าอยู่จำนวนมาก เพียงแค่เรานั้นเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา ก่อนที่เราจะตัดสินใจเช่าพื้นที่ หรือทำเลนั้น เราก็ต้องสำรวจพื้นที่ก่อนว่ามันเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเลือกทำเลที่แบบว่าเงียบสงบ ไม่มีคนเดินเลย ซึ่งมันก็ไม่เหมาะกับการขายสินค้าของเรา ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกทำเลควรพิจารณาถึงบริบทและสิ่งแวดล้อมรอบๆด้วยว่าสถานที่ที่เราเลือกนั้นเหมาะสมกับการทำธุรกิจของเรามากน้อยเพียงใด เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

 

 

Tags:

การออกแบบ และการตกแต่งห้องครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Posted by admin - February 7th, 2014

การออกแบบ และการตกแต่งห้องครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันนี้ห้องครัวมีบทบาทมากกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งในเรื่องการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย วัสดุ และความสวยงาม ซึ่งครัวในยุคใหม่ได้มีการปรุงแต่งโฉมหน้าให้ดูทันสมัยด้วยอุปกรณ์เครื่อง ใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น เตาไฟฟ้า เตาอบ เครื่องดูดควัน ฯลฯ ที่นับว่าเป็นการพลิกโฉมห้องครัวได้อย่างน่าสนใจยิ่ง แต่ทั้งนี้การออกแบบก็ยังต้องคำนึงถึงเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ “ห้องครัว” เป็น “ห้องหัวใจ” สำคัญของทุกครัวเรือน

การจัดวางแปลนที่มีการจัดทางสัญจรให้เกิดการไหลเวียน ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในตำแหน่งใช้สอยให้ดูเหมาะสม ทั้งขนาดของพื้นที่และการใช้สอยจริงในชีวิตประจำวัน

เกาะตรงกลาง และเตาแก็สทำหน้าที่วางอุปกรณ์ นำโต๊ะกาแฟมาวางชิด การสัญจรจะเป็นไปโดยรอบเกาะนี้ การจัดแปลนอย่างนี้เหมาะกับห้องที่ค่อนข้างกว้างและเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ มีความยาวไม่มากนัก ส่วนของชั้นลอยอยู่ในระดับค่อนข้างสูงกว่าปกติ เพื่อเว้นช่องหน้าต่างๆ ไว้โครงไม้ทาแล็คเกอร์ด้าน ออกแบบให้ดูเรียบ ด้านบนใช้วางอุปกรณ์เครื่องใช้ ด้านล่างออกแบบเป็นราวเหล็กชุดโครเมียม ใช้แขวนสิ่งของเพิ่มแสงสว่างบริเวณท็อปของเคาน์เตอร์ด้วยไฟฮาโลเจน

บริเวณหน้าต่างออกแบบให้ดูโปร่งด้วยผ้าม่านในรูปแบบที่เรียบง่าย โดยทำเป็นสองชั้น ทั้งนี้เพื่อเปิดม่านในส่วนบนและส่วนล่างสลับกันเวลาใช้งาน เลือกใช้ผ้าที่ดูโปร่ง โทนสีออกขาวดูสะอาดตาเดินขอบและจับจีบผ้าให้ดูสวยงาม

ตู้เตรียมอาหาร เป็นส่วนบรรจุอ่างล้างจาน ออกแบบเป็นบิลท์อินติดผนังตรงบริเวณที่ใกล้กับหน้าต่าง ซึ่งมีแสงสว่างลอดเข้ามาไ ด้ ช่วยให้บริเวณนี้แห้งสะอาด ตัวตู้แต่งบานเปิดด้วยกระจกฝ้าเพื่อทำให้ดูเบาขึ้นขอบหน้าของตู้เตี้ยออกแบบ เป็นราวแขวนยาวตลอดแนวตู้เพื่อรับกับชั้นลอย แต่ส่วนนี้ก็ยังได้ประโยชน์ ในแง่ที่สามารถแขวนหรือตากผ้ากันเปื้อนได้

ตู้ชิดผนังเข้ามุมออกแบบเป็นตู้สูง ด้านหน้าโค้ง สูงประมาณ 2 เมตร จุดประสงค์เพื่อให้ดูรับกับพื้นที่ใช้สอยและทางสัญจร ความโค้งของตู้ช่วยลดความแข็งกระด้างของเหลี่ยมมุม เพื่อให้มีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นในบริเวณที่ค่อนข้างจำกัด ด้านในเป็นชั้นกระจกใส ด้านบนติดไฟซ่อนเพดาน ด้านล่างเป็นตู้ทึบมีบานเปิด

ชุดรับประทานอาหาร จัดวางอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง ขอบโต๊ะด้านหน้าออกแบบให้เป็นเส้นโค้ง ทั้งนี้เพื่อให้พื้นที่การสัญจรบริเวณรอบๆ เกิดการหมุนเวียนและไม่เกะกะพื้นที่ โต๊ะเก้าอี้สำหรับสองที่ดูเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ส่วนที่ปรุงอาหารใช้เตาไฟฟ้าสองหัวขนาดเล็ก เพราะมีไว้เพียงเฉพาะยามจำเป็น แต่โอกาสที่จะปรุงอาหารจริงค่อนข้างน้อย ด้านล่างของตู้ออกแบบเป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ที่เน้นประโยชน์ใช้ สอยและความสวยงามที่ดีไซน์ควบคู่กันไป

Tags: ,

กู้เงินซื้อบ้าน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Posted by admin - November 28th, 2013

28-1

 
การขอกู้เงินกับสถาบันการเงินเริ่มจากติดต่อกับฝ่ายสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเคหะของธนาคาร เพื่อแสดงความจำนงขอกู้ พร้อมทั้งนำหลักฐานยื่นประกอบการขอกู้โดยครบถ้วน ซึ่งหากในวันยื่นกู้เอกสารหลักฐานยื่นประกอบการขอกู้โดยครบถ้วน ซึ่งหากในวันยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไม่ครบจะทำให้ผู้กู้ต้องนำเอกสารมาให้หรือมายื่นกู้ใหม่ในภายหลังและอาจทำให้การวิเคราะห์อนุมัติล่าช้าออกไป หลังจากยื่นกู้แล้วจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลักประกัน

เมื่อยื่นกู้แล้ว ธนาคารหรือสถาบันการเงินจส่งเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินราคาบ้านและที่ดินที่จะนำมาจำนองเป็นหลักประกันโดยทั้วไปใช้แวลาประมาณ 2-7 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและสถาบันการเงิน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาคำขอกู้โดยจะทำการวิเคราะห์รายได้ ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการผ่อนชำระ และหลักประกันของผู้กู้รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ และจะแจ้งผลการขอกู้ให้ผู้กู้ทราบ โดยปกติทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารและสถาบันการเงิน

เมื่อได้รับอนุมัติกู้แล้ว ผู้กู้จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อมาลงนามในสัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง พร้อมทั้งนัดวันไปทำนิติกรรมจำนองที่สำนักงานที่ดิน ในวันโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน ผู้กู้ ผู้ขาย และเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะไปพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินที่หลักทรัพย์ดั้งอยู่ ทั้งนี้ผู้กู้จะต้องเตรียมเงินเป็นค่าจดทะเบียนจำนองตามปกติร้อยละ 1 ของวงเงินกู้และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิมธิ์ตามปกติร้อยละ 2 ของราคาประเมินของกรมที่ดิน ซึ้งโดยทั่วไปผู้ขายมักจะเป็นผู้จ่ายเว้นแต่จะตกลงกันเป็นอย่างอื่น เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะจ่ายเงินกู้ให้ผู้กู้เป็นแคชเชียร์เช็ค เพื่อให้ผู้กู้จ่ายเงินคงเหลือให้กับเจ้าของโครงการ หรือผู้ขาย ต่อไปเมื่อผู้กู้ได้รับเงินกู้แล้ว ผู้กู้ก็จะต้องมีภาระในการผ่อนชำระงวดทุกเดือนภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กับการขอสินเขื่อ

1.ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอสินเชื่อ
2.ค่าประเมินมูลค่าหลักประกัน
3.ค่าธรรมเนียมจำนองของสำนักงานที่ดิน
4.ค่าประกันอัคคีภัย
5.ค่าอากรแสตมป
6.ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนจำนองก่อนกำหนด

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการโอน
มาตราการอสังหามีออกมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ รายละเอียดดังนี้

–  ค่าธรรมเนียมโอน 2% เหลือ 0.01%
–  ค่าจดจำนอง 1%  เหลือ 0.01%
–  ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% เหลือ 0.1% คิดจากการถือครอง เกณฑ์ราคาประเมินของสินทรัพย์

มีผลตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.51 และสิ้นสุด 28 มี.ค.52 มาตรการนี้รวมบ้านมือสองด้วย และไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการ/บ้านที่ได้รับการอนุญาตจัดสรรถูกต้องเท่าน้น หากขายบ้านมือสองในโครงการที่ไม่ได้รับอนุญาตจัดสรร ก็ยังถือว่าเข้าข่าย ส่วนภาษีรายได้หัก ณที่จ่ายจากการขาย ก็คิดอัตราก้าวหน้า หากถือครอง 1 ปี ให้หักออก 97% มูลค่าในส่วนที่เหลือ คิดอัตรา 3% ค่ะ

เช่นบ้านราคา 1 ล้านบาท ถือครองมา 1 ปี แม้โอนไปเมื่อกลางปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันไม่ถึง 1 ปีก็ถือว่า 1 ปี บ้าน 1 ล้านบาท ถือครอง 1 ปี ได้ลด 97% เหลือ 30,000 คิดภาษีรายได้ 3% จาก 30,000บาท เท่ากับภาษีหัก ณ ที่จ่าย 900 บาท

 

หากคุณต้องการจะลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ต้องทำอย่างไร

Posted by admin - November 1st, 2013

ผู้นำด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร ที่คุณสามารถมั่นใจในคุณภาพและบริการด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจคู่สังคมไทยมายาวนาน
ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในด้านการลงทุนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดยตรง ที่จะคอยให้คำแนะนำในการลงทุนของคุณ ไม่ว่าจะซื้อขายที่ดินบ้านพักอาศัย หรือคอนโดมือสองคุณสามารถเชื่อมั่นและไว้ใจในงานบริการของเราได้

ด้วยการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นการลงทุนที่ต้องอาศัยเม็ดเงินที่ค่อนข้างสูง แต่ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มั่นคง และมีธรรมชาติที่ต่างจากสินทรัพย์อื่นๆนั่นก็คือ ยิ่งใช้มาก ยิ่งเป็นการประกันราคา เพราะมีคนช่วยดูแลรักษาสภาพไม่ให้เสื่อมโทรม ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่คนที่มีอายุและประสบการณ์มากเท่านั้น นักลงทุนหน้าใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มคนอายุน้อยก็หันมาให้ความสนใจลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์กันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของ “คอนโด พร้อมอยู่” กลายเป็นที่นิยมกันมาก นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั้งระยะสั้น ประเภทขายดาวน์หรือขายใบจอง หรือรอให้โอนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยขายต่อก็ทำได้ไม่ยาก ยิ่งโดยฉพาะโครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าสะดวกสบายในการเดินทาง ยิ่งเป็นที่ต้องการไม่ว่าจะขึ้นหลายต่อหลายโครงการก็ล้วนแต่มีผู้จองเต็มแทบทุกโครงการ หรือถ้าหากคุณมีเงินเย็น การลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ซื้อมาแล้วปล่อยคอนโดให้เช่าเก็บกินค่าเช่าได้ยาวๆหรือจะเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ก็ล้วนแต่ทำกำไรให้นักลงทุนได้อย่างงามเลยทีเดียว

แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โครงการใดหรือในรูปแบบใดนั้น คุณควรศึกษาข้อมูลของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมถึงจะต้องได้เห็นของจริงทุกครั้งก่อนการตัดสินใจซื้อ และที่สำคัยเหนือสิ่งอื่นใด ประเมินศักยภาพของตัวเองเสียก่อน เนื่องจากเราไม่สามารถทราบได้เลยว่า อสังหาริมทรัพย์ที่คุณเลือกลงทุนไปนั้น ไม่ว่าจะแบบ SHORT TERM หรือ LONG TERM จะให้ผลตอบแทนแก่คุณได้เมื่อไหร่ บางครั้งอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถให้ผลตอบแทนคุณได้ หรืออาจจะต้องถือครองนานหลายปี ดังนั้นหากสายป่านคุณไม่ยาวไม่เพียงพอที่คิดว่าจะให้ผลกำไร ก็อาจจะกลายเป็นต้องสูญเสียเงินที่ลงทุนไปโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลยก็เป็นได้

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆสำหรับการลงทุน หรือต้องการที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์รวมถึงข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้

 

เทคนิคการขายบ้านเองโดยไม่ผ่านนายหน้า

Posted by admin - October 7th, 2013

ใครที่มีโครงการจะขายบ้านหรือคอนโดของตัวเองแต่ยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน ก็คงจะไม่รู้เลยว่าต้องมีขั้นตอนอย่างไร ขายที่ไหน ตั้งราคาขายอย่างให้คนสนใจซื้อ เมื่อไม่มีข้อมูลเหล่านี้ก็ทำให้ ขายไม่ได้ หรือขายได้ช้า หลายคนเลยต้องใช้บริการจากนายหน้าหรือโบรกเกอร์ด้านอสังหาจัดการให้ ซึ่งที่จริงแล้วก็ถือว่าเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นเลยในการขายบ้าน หากคุณมีความรู้และศึกษาเรื่องการซื้อขายบ้านมาพอสมควรแล้ว ก็แนะนำให้ขายด้วยตัวเอง อาจจะช้าหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะขายไม่ได้ เรามาดูกันดีกว่าการลงประกาศขายบ้านเอง ดีอย่างไร?

1. ไม่เสียค่านายหน้า นายหน้าหรือโบรกเกอร์เป็นเหมือนตัวแทนในการเจรจาซื้อขาย ถ้านายหน้าขายบ้านหรือคอนโดให้เราได้ เราก็จะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้า ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนข้อแรกของการขายเองคือ “ไม่เสียค่าใช้จ่าย” แต่ถ้าคุณเลือกที่จะขายผ่านนายหน้าก็ต้องยอมรับที่จะจ่ายในส่วนนี้ด้วย

2. ไม่ต้องกลัวนายหน้าจะโกง ข้อกังวลของผู้ที่อยากขายบ้านหลายคนคือไม่รู้วิธีเลือกนายหน้า ไม่รู้ว่าจ้างนายหน้าที่ไหนที่น่าเชื่อถือ กลัวโดนนายหน้าโกง หรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบ หากคุณไม่มีวิธีรับมือหรือไม่มีเพื่อนฝูงที่สามารถแนะนำให้ได้ การลงประกาศขายเองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

3. ผู้ซื้อบางคนไม่ไว้ใจนายหน้า ในแง่หนึ่งนายหน้าอาจช่วยให้คุณขายบ้านหรือคอนโดได้เร็วขึ้น แต่สำหรับผู้ซื้อบางคนเมื่อต้องคุยกับนายหน้าจะเกิดความไม่ไว้ใจ เช่น กลัวโดนโกง, กลัวนายหน้าบวกราคาเพิ่ม,กลัวนายหน้าจะแนะนำบ้านที่ไม่ดีให้

4. ได้ราคาขายตามที่ต้องการ หากว่าราคาบ้านนั้นอยู่ในราคาที่เหมาะสมไม่สูงและต่ำเกินไป ก็จะมีโอกาสขายได้เร็วตามราคาที่ต้องการ นอกจากนี้คุณยังมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับผู้ซื้อ และเลือกขายให้ผู้ซื้อที่ต่อรองราคากับคุณน้อยที่สุดด้วย

การลงประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ บ้านหรือคอนโดมือสอง นอกเหนือจากการจ้างนายหน้า เดี๋ยวนี้มีช่องทางให้คุณเข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะติดป้ายประกาศ หรือลงประกาศฟรีในอินเตอร์เน็ต ถ้าคุณมีเวลาเขียนข้อมูล ลงรูปถ่าย และหมั่นอัพเดตประกาศสม่ำเสมอ ก็มีโอกาสจะขายบ้านได้เหมือนกัน ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการโปรโมทที่สามารถทำได้ง่าย สะดวก แถมยังมีคนเห็นเยอะอีกด้วย ใครที่กำลังตัดสิ้นใจขายบ้านอยู่ก็ลองศึกษาข้อมูลกันดีๆนะค่ะ เพื่อผลประโยชน์ของเราคะ

  Next Entries »