เมืองอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซีย

Posted by admin - October 18th, 2015

เมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมากเป็นอันดับสองรองจากจาการ์ต้า ซึ่งมากที่สุดในอินโดนีเซีย เมืองหลวงคือ “บันดุง (BANDUNG)”ตัวเมืองบันดุงมีอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายอุตสาหกรรม แต่ที่น่าสนใจก็คือ อุตสาหกรรมเสื้อผ้า เพราะทั่วทั้งเมืองจะเห็นร้านค้าต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นร้านขายเสื้อผ้า หากเราไปดูประวัติของการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าของเมืองบันดุงนั้น โดยมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้าไปช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำ เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอินโดนีเซียและเพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น ตลอดช่วง 10 ปีแรกของการพัฒนานั้น มูลค่าการผลิตไม่ได้ขยายตัวมากนักเป็นเพราะยังขาดเทคโนโลยีในการพัฒนา แต่หลังจากปี 1980 เป็นต้นมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้ความสำคัญกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเสื้อผ้า จึงเริ่มเปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจหลายประเภท เห็นได้จากการที่นักลงทุนจากเกาหลีใต้และไต้หวันเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าของอินโดนีเซียและเป็นยุคทองของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในบันดุงและอินโดนีเซีย เพราะมีการน าเทคนิคใหม่และเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการผลิตเสื้อผ้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งระบบ ช่วงนี้จึงมีอัตราการขยายตัวเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1997 แต่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซียก็เข้าสู่ยุคตกต่อมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอาเซียนในปี 1997 เพราะขาดเงินทุนในการพัฒนา สถาบันการเงินไม่สามารถปล่อยเงินทุนในกับบริษัทเสื้อผ้า ก่อนหน้านี้บริษัทเสื้อผ้าสามารถกู้ได้อย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากวิกฤติปี 1997 บริษัทเหล่านี้กู้ได้เพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่หลังจากปี 2003 เป็นต้นมาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าได้ถูกรัฐบาลปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งจนกระทั่งปัจจุบัน

ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเสื้อผ้าในเมืองบันดุงมีจำนวนมากกว่า 10,000 ร้าน ส่วนใหญ่มีขนาดธุรกิจเป็น SMES หากเราไปเดินตามท้องตลาดในตัวเมืองก็จะพบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่เป็น “ร้านขายเสื้อผ้า” เสื้อผ้าที่ผลิตร้อยละ 95 ส่งไปยังตลาดเสื้อผ้า ‘TAHAH ABANG’ ซึ่งเป็นตลาดเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียและใหญ่ที่สุดในอาเซียน ตลาดแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงจาการ์ต้า มีร้านค้าเป็นหลักหมื่นก็ว่าได้กลับมาที่เมืองบันดุง ได้มีโอกาสไปคุยกับเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่ชื่อว่า “C59” ก็พบว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของอินโดนีเซียเน้นแรงงานเป็นหลัก วัตถุดิบส่วนใหญ่
นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ด้วยจำนวนประชากรที่มาก รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ให้เกิดการจ้างงาน ฉะนั้นในโรงงานเสื้อผ้าเกือบทั้งหมด เป็นยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย หากเทียบกับโรงงานผลิตเสื้อผ้าของไทย ที่มีกระบวนการผลิตด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสในการทำธุรกิจของคนไทย

พัฒนาเทคโนโลยีในการผลิต (เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของไทย) ได้สอบถามนักธุรกิจเสื้อผ้าของบันดุงว่า หากนักธุรกิจไทยต้องการร่วมทุนด้วยโดยการนำเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเข้ามาเติมเต็มธุรกิจของไทยเพื่อการตอบรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น นักธุรกิจของบันดุง “ไม่สนใจสักเท่าไร” และที่สำคัญคือรัฐบาลอินโดนีเซียต้องการวางตำแหน่งอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่เป็นอุตสาหกรรมที่ “เน้นแรงงานเป็นหลัก (LABOR INTENSIVE)” เพราะด้วยประชาชนของอินโดนีเซียที่มีอยู่มาก การนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรเข้ามาสู่กระบวนการผลิต ก็เท่ากับว่าต้องลดจำนวนแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมลง ปัญหาที่ตามมาก็คือ “คนอินโดนีเซียว่างงาน” รัฐบาลอินโดนีเซียก็คงอยู่บริหารประเทศลำบากเพิ่มขึ้น แต่การเติมเต็มด้านการออกแบบที่ตอบสนองตลาดโลกนั้น นักธุรกิจบันดุงยังสนใจ

Comments are closed.

Blog Home